Home ออกกำลังกาย กินให้ถูกวิธี หุ่นดีตลอดกาล… รีวิวลดน้ำหนัก ฉบับคนแปลงร่างสายชิล

กินให้ถูกวิธี หุ่นดีตลอดกาล… รีวิวลดน้ำหนัก ฉบับคนแปลงร่างสายชิล

57 second read
ปิดความเห็น บน กินให้ถูกวิธี หุ่นดีตลอดกาล… รีวิวลดน้ำหนัก ฉบับคนแปลงร่างสายชิล
0
1,898

ถ้าวิธีการลดน้ำหนักแบบเดิม ๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณมีหุ่นดีอย่างถาวร ลองหันมาเลือกทานอาหารให้ถูกวิธีสิ รับรองมีหุ่นดีตลอดกาลแน่ !

มีรีวิวลดน้ำหนักมากมายที่เน้นในเรื่องการออกกำลังกาย แต่ในวันนี้เรานำรีวิวของคุณ Pui Palouis สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่จะเน้นไปในเรื่องอาหารการกินมากกว่ามานำเสนอ เพราะเธอมีแนวคิดที่ว่า การเลือกทานอาหารที่ถูกต้องพร้อมกับการออกกำลังกายแบบไม่หักโหมจะช่วยให้เรามีหุ่นดีและสุขภาพแข็งแรงแบบถาวรได้ ซึ่งต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า วิธีลดน้ำหนักของคุณปุ๋ยเวิร์กจริง ๆ ค่ะ เพราะเธอมีน้ำหนักคงที่แบบนี้มากว่า 6 ปีแล้ว เอาเป็นว่าวิธีการทานอาหารตามแบบฉบับของเธอนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเองเลยค่ะ

ลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน “กินให้ถูกวิธีหุ่นดีตลอดกาล” ฉบับ คนแปลงร่างสายชิล โดยคุณ Pui Palouis สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ปุ๋ย ปาหลุย เฮลธ์ตี้สายชิลค่ะ นี่เป็นกระทู้ที่ 2 ของเรา อาจยังมือใหม่หน่อย ยังไงก็ขอสวัสดีทุกคนนะคะ ^^

ปุ๋ยเพิ่งออกรายการคนแปลงร่างของพี่ Woody EP 10 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตามนี้ค่ะ www.facebook.com/FITFESTASIA/

มีเพื่อน ๆ ถามมาเยอะมากถึงวิธีลดน้ำหนักของเรา ขออ่านแบบรีวิว ปุ๋ยชอบเขียนอยู่แล้ว เลยขอเขียนมาแบ่งปันนะคะ จะได้สะดวกกับเพื่อน ๆ ที่อยากหาข้อมูลนะคะ ^^ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 6 ปีแล้วค่ะ ปุ๋ยลดน้ำหนักแค่ครั้งเดียว แล้วรูปร่างและสัดส่วนคงที่ตลอดมา หวังว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านจะได้ประโยชน์

** ขออนุญาตบอกก่อนนะคะ ว่าปุ๋ยไม่ได้รู้ทุกเรื่องและรู้ดีที่สุดน้า แค่แชร์วิธีที่ปุ๋ยทำและได้ผล ปลายทางปุ๋ยแค่หวังว่าจะได้แบ่งปันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่น ๆ และได้ช่วยเหลือกันค่ะ มีคนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเยอะมาก ปุ๋ยเขียนทั้งหมดแค่หวังว่าจะได้ประโยชน์นะคะ ฉะนั้นถ้ามีส่วนไหนผิดพลาด เพื่อน ๆ ที่รู้มากกว่าสามารถแนะนำ เติมความรู้ แบ่งปันให้เพื่อนคนอื่น ๆ ได้เลยนะคะ ยินดีมาก ๆ เลยน้า ***

ลดน้ำหนักแบบสายชิลของเรา คือ เราทานครบทุกมื้อ และออกกำลังกายแบบไม่หักโหมค่ะ

ใช้เวลาเท่าไร น้ำหนักลดยังไงบ้าง ?

เราใช้เวลาลดน้ำหนัก 3 เดือนเอง เราว่าไม่นานเลยนะ น้ำหนักเราค่อย ๆ ลงแบบค่อยเป็นค่อยไป อาทิตย์ละ 0.5-1 กิโลกรัม จบ 3 เดือนเราลดจาก 54 กิโลกรัมลงมาที่ 45 กิโลกรัม (9 กิโลกรัม) คือถ้าทำต่อมันก็ลดลงอีก เคยไหลลงไปถึง 44 แต่เราไม่ค่อยชอบ เราว่าผอมไป เราก็กินเพิ่ม ทุกวันนี้เราหนักที่ 46-47 ค่ะ สูงประมาณ 160 นะ (คงที่มาแล้ว 6 ปีอย่างที่เล่าค่ะ)

เริ่มเลยจ้า

เล่าก่อนว่าตอนแรก เราเป็นคนชอบกินมากกกก แต่มันเหมือนกินเท่าไรก็ไม่ได้อ้วนเท่าไร อันนี้เป็นรูปตอนรับปริญญาโทอายุ 24 นะ ก็ประมาณนี้ค่ะ ก็ Enjoy กับการกินเสมอมา 555

พอเริ่มทำงานประจำด้วยการที่ขยับตัวน้อยลง + เป็นคนชอบกินมาก 5555 ทั้งชานมไข่มุก​ (อันนี้รักที่สุด) พิซซ่า บุฟเฟ่ต์อะไรก็จัดไป ชอบอ่านรีวิว เป็น Blogger สายอาหาร ชอบกินมากจ้า เจอร้านไหนอร่อยเราก็ #tag เพื่อนวนไปจ้า ก็ค่อย ๆ อวบอ้วนขึ้นเรื่อย ๆ 5555 ประกอบกับคนเรา อายุเริ่มมากขึ้น พออายุ 25+ /30+ อัป ระบบเผาผลาญเริ่มไม่ดีเท่าตอนเด็ก ๆ แล้ว กินอะไรเข้าไปก็อ้วนง่ายกว่าแต่ก่อน จนมาเป็นร่างนี้ค่า อายุ 26 ตอนนั้น อวบอ้วนได้ที่ 5555

กินไปกินมา แปลงร่างเลยจ้า 5555

ตอนนั้นก็ยัง Happy กับชีวิต กินต่อไป เป็นสายกินที่แท้ทรู 5555 น้ำหนักก็ไม่ได้ชั่งเลยนะคะ จนวันหนึ่งถึงจุด อ้าว เฮ้ย ! ขาเบียดแล้วค่าาา เหมือนเป็นสัญญาณเตือนจริงจังว่า “อวบระยะสุดท้ายแล้วแก ลดน้ำหนักเหอะ” ไปค่ะ เริ่มค่ะ

เริ่มต้นอยากลดน้ำหนัก

ปุ๋ยเป็นคนคิดแล้วลงมือทำเลย แต่ไม่ใช่ลุกมาบอกตัวเอง อดข้าวเลย 555 โหดไป๊ การเริ่มต้นลดน้ำหนักของเราอาจต่างจากคนอื่น เราเริ่มจาก “ปรับวิธีคิด” และ “หาความรู้” ค่ะ

ปรับวิธีคิด 3 อย่าง

1. รักตัวเอง – เราพูดเรื่องนี้เสมอ เรากำลังจะลดน้ำหนัก เรากำลังทำเพื่อตัวเอง ถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราต้องลงมือทำเพื่อตัวเอง ใครจะเคยดูถูกเรา ล้อเรา เราต้องไม่ทำแบบนั้นกับตัวเรานะ รักและเคารพตัวเองค่ะ เชื่อเสมอว่า ถ้าอยากลดน้ำหนัก “เราคนเดียวในโลกที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง”

2. การตั้งเป้าหมาย – ชีวิตที่ไม่มีเป้าหมาย เส้นชัยมันจะไม่สวยงาม เรามองเรื่องเป้าหมายระยะยาวมากกว่าระยะสั้น คือ การมีสุขภาพที่ดีขึ้นและรูปร่างที่ดีขึ้น มากกว่าการแค่ผอมแล้วใส่ชุดสวย ๆ ได้ ผอมเพราะต้องรีบไปงานแต่งงานอาทิตย์หน้า ผอมเพราะเดี๋ยวไปเจอแฟนเก่า การตั้งเป้าหมายระยะยาวทำให้เราไม่ใจร้อนกับตัวเอง รู้สึกว่า “การค่อย ๆ ลดน้ำหนัก เรามีเวลาทั้งชีวิตที่จะค่อย ๆ ทำมัน : )” ลดแบบสบายใจ สายชิล การลดน้ำหนักเป็นเรื่องใช้เวลานะคะ ต้องทำใจรับจุดนี้ให้ได้ก่อน

3. เรากำลัง “ลดน้ำหนัก” ไม่ใช่ “การอดอาหาร” ไม่มีใครอดอาหารได้ตลอดไป แล้วจะทำไปทำไมกันนะ ? : ) สุดท้ายก็ต้องกลับมากินกันรึเปล่าคะซิส 5555 เรามองหาวิธีและหาความรู้ที่จะช่วยลดน้ำหนักแบบยั่งยืน การลดน้ำหนัก “เราทำแค่ตอนนี้ที่จะลด เราไม่ได้ทำมันไปทั้งชีวิตนะคะ”

หาความรู้

แหล่งความรู้ที่เราหาและติดตาม คือ จากคุณหมอค่ะ มีคุณหมอหลายท่านมาก ๆ ที่ออกมาให้ความรู้ เราติดตามจากคุณหมอว่าทานยังไงจะลดน้ำหนักได้ และลดแบบสดใสไม่โทรม ^0^

สิ่งที่เราทำทั้งหมด ดังนี้

1. ปรับอาหารที่ทาน

จากทานอาหารเรื่อยเปื่อย เรามาดูเรื่องอาหารที่ดีกับสุขภาพมากขึ้นค่ะ เราทานอาหาร 5 หมู่ /ทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ /และเราทานมื้อย่อย > โอ้ ดีเลย สายกินอย่างเรา ๆ ทำได้แน่นอน 555

ทุกมื้อค่ะ เราพยายามจัดสัดส่วนของอาหารให้ได้ทานครบทุกหมู่ หรือวันนั้นได้รับสารอาหารครบไปดูแลร่างกาย

หมู่ 1 : โปรตีน ให้เลือกโปรตีนที่มีไขมันน้อย เช่น ไข่ อกไก่ สันในหมู เนื้อปลา กุ้ง นม 0% โยเกิร์ต 0%

หมู่ 2 : คาร์โบไฮเดรต เลือกแบบไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี เราหุงข้าวเอง ชอบใส่พวกธัญพืชลงไปด้วย เช่น ลูกเดือย ข้าวสาลี ถั่วแดง ช่วงรวยต้นเดือน เราก็ใส่คีนัวค่ะ 5555 ช่วงปลายเดือน งาขาวงาดำอะไรก็โยนลงไปค่ะ 5555 ข้าวเราทานมื้อละ 100-150 กรัมค่ะ ประมาณทัพพีกว่า ๆ ได้

หมู่ 3 : ผักต่าง ๆ พยายามเพิ่มลงไปในมื้ออาหารนะคะ ถ้าทานผักหลากสีได้จะดีเลย ผักที่เราซื้อบ่อย ๆ เช่น ผักสลัด ฟักทองดีมาก ๆ มะเขือเทศ และผักอื่น ๆ มากมาย

หมู่ 4 : ผลไม้ มีวิตามิน แต่แบ่งทานหน่อยค่ะ เราทานพวกแอปเปิล มะละกอ สาลี่ ฝรั่ง บ่อยมาก

หมู่ 5 : ไขมัน ก็ต้องทานนะคะ ให้เลือกไขมันดี เช่น น้ำมันมะพร้าว ไขมันจากปลาทะเล อะโวคาโด น้ำมันมะกอก จากเมล็ดฟักทอง งาด้วยค่า

การปรุงอาหาร หลีกเลี่ยงการทอด ผัดนะคะ ใช้การนึ่ง ย่าง อบ แทน

ใช้เครื่องปรุงให้น้อย : เลือกเครื่องปรุงแบบโซเดียมน้อย หรือใช้เกลือนิดหน่อยในการปรุงอาหาร พริกไทย

ตัวอย่างอาหารที่ทำเอง ทำอาหารเองจะลดน้ำหนักได้ดีกว่า เรารู้ว่าใส่อะไรลงไปในอาหารบ้าง รู้ปริมาณอาหารค่ะ เราเริ่มต้นทำอาหารจากทักษะการทำเป็น 0 เหมือนกัน ก็ทำง่าย ๆ นะ มันก็สนุก ๆ ดี ตอนนี้เรารักการทำอาหารมากกก

อยากดูอาหารอัปเดตรายวันก็สามารถดูได้ที่นี่นะคะ www.facebook.com/palouis/

ไอเดียการกิน ถ้าต้องทานข้าวนอกบ้าน ถ้าไม่สะดวกทำเองก็ทำตามนี้ค่ะ เป็นคนออฟฟิศเหมือนกัน เข้าใจมาก ๆ ว่าไม่มีเวลา อิอิ คาถา คือ กินดีมื้อเช้า จัดหนักมื้อเที่ยง เบามื้อเย็น

กินดีมื้อเช้า – พยายามเตรียมเองให้ทานอาหารดี ๆ ในมื้อเช้า แบบทำง่าย ๆ เข้าตู้เย็นได้ เช่น แซนด์วิชไข่ แซนด์วิชทูน่า ใส่ผักด้วยโบ้ม ๆ หรือ มูสลีแช่นมข้ามคืน (Overnight Muesli) พยายามกินให้ดีไว้ก่อนมื้อแรกของวัน เริ่มต้นวันที่ดีนะคะ

เมื่อก่อนปุ๋ยตอนเช้าทานหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ก็เปลี่ยนการทานมาทานของมีประโยชน์

จัดหนักมื้อเที่ยง – อาหารจานเดียว ทานพวกเกาเหลาไม่กระเทียมเจียว +ข้าว/ สุกี้ /เกี๊ยวน้ำ / ก๋วยเตี๋ยว แกงจืด สั่งแบบไม่เอากระเทียมเจียว+เพิ่มไข่ต้มลงไปด้วย / ไก่ย่างไม่ติดหนัง ข้าวกล้อง ผักสด/ มื้อเที่ยงเราจะจัดหนัก ๆ แบบข้าวกล้อง + ไก่ย่าง +ผัก / หรือปลาเผา + ข้าวกล้อง + ผัก ทานมื้อเที่ยงเยอะหน่อยจะได้ไม่ไปหิวหนักมื้อเย็น

เบามื้อเย็น – เย็นทานเบา ๆ เน้นโปรตีนและผัก ลดหรือเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตลงนะคะ เช่น สลัดอกไก่ / ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน / ส้มตำไก่ย่าง / แกงจืดเต้าหู้หมูสับ / ต้มยำรวมมิตรน้ำใส / สันในหมูย่าง+ผัก

มื้อย่อย – เรากินมื้อย่อยด้วย 2 มื้อ คือ ประมาณ 10 โมงเช้า และ 4 โมงเย็น เช่น นมจืดไขมันต่ำ 0% / โยเกิร์ตไขมันต่ำ 0% / นมเปรี้ยวน้ำตาลน้อย / ฝรั่ง/ แอปเปิล ครึ่งลูกตอนเช้า อีกครึ่งลูกตอนบ่าย มื้อย่อยจะทำให้ทั้งวันของเราไม่หิวเกินไปค่ะ

2. รู้จักค่า BMR ดูแคลอรีที่ทานต่อวัน แต่อย่าไปเครียด

เราคำนวณสิ่งที่เรียกว่า ค่า BMR จริง ๆ การลดน้ำหนัก คือการคำนวณที่ลึกซึ้งอีกหลายค่า “ค่า BMR คือ แคลอรีที่ร่างกายเราต้องการเพื่อมีชีวิตรอดนั่นเอง” BMR แต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ สัดส่วนกล้ามเนื้อ อายุ เพศ ขนาดร่างกาย การออกกำลังกายด้วย

เพื่อน ๆ สามารถไปคำนวณค่า BMR ของตัวเองฟรีได้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วไปเลย เช่น www.fatnever.com/bmr/ พอรู้ว่าค่า BMR เราเท่ากับเท่าไร เราก็จะใช้หลักการ (แคลอรี In น้อยกว่า แคลอรี Out) เราทานเท่ากับ BMR หรือน้อยลงไปสักนิดหนึ่ง 10% ที่คำนวณได้ค่ะ

อย่างเราตอนนั้น สูง 160 หนัก 54 อายุ 26 ออกกำลังกายน้อย หรือ 1-3 วันต่ออาทิตย์ คำนวณได้ 1,349 แคลอรี ทุกวันเราจะใช้วิธีทานเท่ากับ BMR หรือลดลงมาอีกเพียงเล็กน้อยแค่ 10% = 1,200 แคลอรี (หรือจะทานเท่า BMR ที่ 1,349 แคลอรี) + เคลื่อนไหวร่างกาย

สรุปเราทานประมาณ 1,200-1,349 แคลอรี และทานอาหารที่ดี ๆ จากที่ได้กล่าวไปด้านบนนะคะ + ออกกำลังกายค่ะ

3. บันทึกการทานอาหาร วางแผนให้ดี ชั่งน้ำหนักติดตามผล วัดสัดส่วน

 

พอเรารู้แล้วว่าเราควรทานเท่าไร ทุกเย็นวันอาทิตย์ เราจะเริ่มวางแผนคร่าว ๆ ค่ะ ว่า อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เราต้องไปไหนบ้าง มีเจอเพื่อนมั้ยนะ หรือเราจะทานอะไรดีน้า ให้ไม่หลุดแผนการลดน้ำหนัก ให้ตัวเองได้สารอาหารครบ และแคลอรีไม่เกิน สุขภาพดีขึ้นทุกวัน

* ฉะนั้นเพื่อน ๆ ต้องรู้ปริมาณแคลอรีในอาหารด้วยนะคะ หาโหลดหรือเสิร์ชตามในเน็ตได้ฟรีอีกเช่นกัน โหลด Application ฟรีก็ได้ หรือดูที่ bcnpb-excellent.com

ละเอียดพอสมควร ปุ๋ยก็โหลดเอาไว้ดูในมือถือค่ะ สุดท้ายก็ไม่ได้กดดันตัวเองมากนะคะ ขยับปรับเปลี่ยนได้ แต่มีแผนไว้เหมือนเรามีแผนที่เดินทาง พยายามไม่ให้หลุดแผนนะ ตั้งใจไว้แล้ว เราจะได้เคารพตัวเองค่ะ

*** ที่สำคัญ เขียนมันออกมาเลยนะคะ เช่น

– จันทร์ เช้า : ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น+ไข่ต้ม 2 ลูก ผัก / สาย ฝรั่งครึ่งผล / กลางวัน ข้าวกล้อง+ปลาย่างครึ่งตัว+ผักลวก / เย็น ต้มยำไก่ + สลัดผักจานเล็ก (แคลอรีวันนี้ = _____ แคลอรี) ต้องไม่เกินที่ตั้งไว้

– อังคาร (สมมติว่าต้องไปกินข้าวกับเพื่อนตอนเย็น) : เช้ากับกลางวันก็ทานให้ดี ๆ หน่อย ให้แคลอรีไม่เกิน เช่น เช้า มูสลีผลไม้+นมสด / สาย กล้วย 1 ผล / กลางวัน เกี๊ยวน้ำกุ้ง ไม่กระเทียมเจียว / เย็นก็ไปทานข้าวกับเพื่อนสบาย ๆ ค่ะ แต่ควบคุมปริมาณหน่อยค่ะ

– พุธ ข้าวกล้อง 1 ทัพพีครึ่ง (150 กรัม) + แกงจืดหมู / สาย นมเปรี้ยวไขมันต่ำ 1 กล่อง / เที่ยง สุกี้น้ำอกไก่+มะละกอ 3 ชิ้น / บ่าย โยเกิร์ตไขมัน 0% / เย็น ลาบวุ้นเส้นหมูสันใน ผักสดเยอะ ๆ +ไข่ต้ม / ส้มตำ ไก่ย่างไม่ติดมัน

– พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ก็ลองเขียนคร่าว ๆ ลงไป แล้วเราก็เดินทางตามนั้น หลุดบ้างก็ขอให้นิดหน่อย วันอาทิตย์หน้าเราก็วางแผนใหม่

ชั่งน้ำหนักติดตามผล : โดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิทัลที่เป็นตัวเลข ทำให้เรามองเห็นชัดเจนค่ะว่าตอนนี้เดินทางมาถึงไหนแล้ว ลดไปเท่าไรแล้ว มีกำลังใจทำต่อนะคะ บางวันลดแค่ขีดเดียวก็ดีใจ บางวันไม่ลดก็ไม่ต้องไปคิดมากค่ะ หน้าที่เราคือค่อย ๆ ทำต่อไป ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่างน้า ไม่ใช่ชั่งน้ำหนักตลอดเวลา ดูที่สัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงดีกว่าค่ะ อย่าลืมจดสัดส่วนก่อนเริ่มลดน้ำหนัก และติดตามผลสม่ำเสมอ เสื้อผ้าใส่แล้วไม่อึดอัดก็จะเริ่มเป็นสัญญาณที่ดีเลย

4. ทุกที่ คือ โอกาสในการออกกำลังกาย

พยายามเดินให้ครบ 1 หมื่นก้าวเดิน จากที่ปกติก็ไม่ค่อย Active หรือขยับตัว เราเริ่มออกกำลังกายง่าย ๆ ที่เราทำได้ในชีวิตประจำวันก่อนเลย ไม่ได้ไปฝืนชีวิตมาก เช่น เราจะเดินขึ้น-ลงบันไดรถไฟฟ้า ขึ้นรถไฟฟ้าเราไม่นั่ง (ยืนเผาผลาญแคลอรีได้ดีกว่า) เราเดินไปคุยกับเพื่อนอีกแผนกหนึ่งแทนการโทร. เราเดินไปรถไฟฟ้าแทนการนั่งวิน เดินกลับบ้าน เดินเล่นเร็ว ๆ ในสวน เดินช้อปปิ้ง เดินไปซื้อของใกล้ ๆ บ้าน รวม ๆ แล้วใน 1 วัน เราพยายามเดินให้ครบ 1 หมื่นก้าวเดินทุกวัน เพื่อน ๆ โหลด Application ฟรีใส่มือถือก็ได้ แต่เราว่ามันไม่ค่อยเที่ยงตรง เราซื้อเครื่องนับก้าวค่ะ ใครมีนาฬิกาพวก Fitbit/Garmin มีโหมดนับก้าวเช่นกัน

5. ออกกำลังกายฟรีจาก YouTube เลยค่ะ

เลือกการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ไม่ฝืนตัวเองเกินไป ทำเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง เช้าก่อนไปทำงานหรือหลังจากกลับบ้าน เท่าที่มีเวลาค่ะ บางวันเราก็ 15 นาทีก็มี ครึ่งชั่วโมงก็มี 40 นาทีก็มี เท่าที่เรามีเวลานะคะ ค่อย ๆ ทำ ตัวจะได้กระชับ และเพิ่มการเผาผลาญด้วยนะ

คลิปออกกำลังกายที่เราออกตาม อย่างเช่น ช่อง fitness blender ค่ะ มีเยอะมาก ๆ อันนี้ออกแบบ 15 นาที

บางวันออกแบบที่เรียกว่า Cardio low impact ครึ่งชั่วโมง เราชอบทำก่อนออกไปทำงาน เหงื่อท่วมเลย ^^

เพื่อน ๆ ไปดูที่ช่อง YouTube ได้เลย มีให้ออกเยอะมาก และได้ผลมากค่ะ และมีอีกหลายช่องที่เราชื่นชอบ วันหลังจะทยอยแนะนำน้า >> FitnessBlender

และถ้าเสาร์-อาทิตย์มีเวลา เราก็ไปโยคะบ้าง ไปวิ่งในสวนสักชั่วโมงบ้าง หรือไปเดินเร็ว ๆ บนลู่วิ่งสัก 40 นาทีค่ะ

6. งดน้ำหวาน ชานมไข่มุก น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์

เราชอบทานชานมไข่มุกมาก ๆ กรี๊ดดดดด > < แต่ช่วงนี้ต้องงดไปก่อนนะคะ 555 เพราะแก้วหนึ่งประมาณ 400++ กิโลแคลอรี เราว่าเอาไปทานข้าวอิ่มกว่า ช่วงลดน้ำหนักเลยต้องลดชั่วคราวก่อนนะคะ ทำคลิปวิธีลดไว้ด้วย ลองดูได้นะคะ ส่วนแอลกอฮอล์เราแพ้อยู่แล้ว ไม่ได้ทานเลยช่วยได้เยอะ ใครทานก็เพลา ๆ ลงนะคะ

7. ลดอาหารแปรรูป

อาหารแปรรูปอย่างเช่น ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้นต่าง ๆ ส่วนใหญ่อุดมด้วยแป้งและไขมัน โปรตีนน้อยมาก ๆ เลยนะคะ โซเดียมก็เยอะมาก และเราไม่รู้ว่าเค้าใส่อะไรบ้างและปริมาณเท่าไร ฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงน้า การทานโซเดียมเยอะร่างกายก็จะทำงานหนัก และตัวบวมด้วยจ้า

8. ดื่มน้ำมาก ๆ นอนเร็วขึ้น มีความสุขกับการลดน้ำหนัก

พยายามดื่มน้ำให้มาก ๆ ค่ะ ตื่นเช้ามาให้ดื่มน้ำเลย เพราะร่างกายเราช่วงนอนหลับจะขาดน้ำมาก ระหว่างวันก็ต้องทานเรื่อย ๆ นะคะ ที่สำคัญพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้นก่อนเที่ยงคืนเลย เพราะจะได้ไม่หิวตอนดึกด้วยน้า ที่สำคัญดูแลจิตใจให้มีความสุขกับการลดน้ำหนักค่ะ เราไม่ได้คิดอะไรมากนะช่วงนั้น คือ ค่อย ๆ ทำมันก็ค่อย ๆ ลดลงมา ทำใจสบาย ๆ คิดซะว่าเล่นเกมผ่านด่าน สนุกดี 555

ทุกวันนี้เราคงที่ไว้ที่ 46-47 กินอะไรที่อยากกินได้อย่างสบาย ๆ ปุ๋ยไม่ได้เป็นคนสายออกกำลังกายหนักมากนะคะ หรือฟิตมาก สายกิน 5555 ถ้าเพื่อน ๆ อยากให้ตัวกระชับกว่านี้เฟิร์มกว่านี้ ก็หมั่นออกกำลังกายพวกเวทเทรนนิ่งเพิ่มก็จะดีมากเลย ปุ๋ยก็พยายามอยากเริ่มสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้นเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ก็ 31 แล้วนาจาาาาา 5555

อย่างที่บอก เราไม่ได้ลดน้ำหนักกันไปทั้งชีวิตค่ะ ผ่านมา 6 ปีแล้ว เรารู้แล้วว่า อะไรคืออาหารที่ดีกับสุขภาพ และอะไรที่ไม่ดี

“อะไรที่ดีเราก็ทานมากหน่อย อะไรที่อยากกินก็กิน แต่กินให้มันน้อยหน่อยก็แค่นั้น” ชีวิตจะได้มีความสุข ไม่ขาดหาย ตอนนี้ความเฮลธ์ตี้ของเราไม่เคยรู้สึกฝืนเลย มันกลมกลืนไปกับชีวิตค่ะ ^^ ออกกำลังกายแบบพอเหมาะเพราะอยากแข็งแรง

เราว่าการลดน้ำหนักและใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีการดูแลใจให้มีความสุขจำเป็นมาก เรารู้จักตัวเองดีที่สุดว่าจุดไหนพอดี และไม่ฝืนไป เอาตัวเองไปอยู่ตรงจุดนั้นนะคะ

และตัวเราไม่ได้เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร คนเราเกิดมารูปร่างไม่เหมือนกัน เป็นหุ่นที่เรารู้สึกโอเคก็พอแล้ว อย่างเราก็ไม่ได้ฟิตเฟิร์มมาก แต่เราก็มีความสุขจ้า

เป็นกำลังใจให้ในการลดน้ำหนักทุกคนเลย เขียนมาทั้งหมดก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ประโยชน์นะคะ อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วยกันค่ะ

พูดคุยกันได้นะคะ ปุ๋ยลงเรื่องอาหารและสุขภาพต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ น่าจะได้ประโยชน์ทุกวัน ยินดีแบ่งปันนะคะ ^^ www.facebook.com/palouis/

ขอบคุณนะคะ อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วยกันค่ะ หวังว่าจะได้ประโยชน์นะ

ปุ๋ย ปาหลุย Palouis

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
คุณ Pui Palouis สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และเฟซบุ๊ก Palouis เฮลตี้สายชิล HealthyChill

ขอบคุณ health.kapook.com

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ออกกำลังกาย
Comments are closed.

Check Also

กล้วยต้ม (คลีน) กินให้เป็นยา

ดีจนต้องบอกต่อกล้วยต้ม เป็นของว่างที่หลายๆคนชอบทานมาก อ … …