Home ออกกำลังกาย รีวิวลดความอ้วน 14 กิโลแบบชิล ๆ ผอมแล้วแทบเปลี่ยนเป็นคนละคน

รีวิวลดความอ้วน 14 กิโลแบบชิล ๆ ผอมแล้วแทบเปลี่ยนเป็นคนละคน

30 second read
ปิดความเห็น บน รีวิวลดความอ้วน 14 กิโลแบบชิล ๆ ผอมแล้วแทบเปลี่ยนเป็นคนละคน
0
5,442

ใช้ชีวิตแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ จนสามสิบกว่าปี เพิ่งรู้ตัวว่าอืดเกินจะทนได้ไหวและอยากลดความอ้วน มาดูกันว่า 14 กิโลที่หายไป เธอได้แต่ใดมา !

ลดน้ำหนัก คำนี้เป็นคำที่คงอยู่ในความคิดของหลายคนมาเนิ่นนาน และอาจจะปฏิญาณตนไว้ด้วยว่า เดี๋ยวฉันจะผอม ! ทว่าเดือนแล้วเดือนเล่า ปีเก่ามาจนปีใหม่ เวลาไหน ๆ ก็ยังอ้วนอยู่เหมือนเดิม และพอเริ่มจะมีอายุ อยู่ในวัยทำงาน ก็มักจะอ้างว่าไม่มีเวลา เหนื่อยกับงาน อายุเยอะการเผาผลาญก็ไม่ดีเหมือนสมัยวัยรุ่นอีกต่อไป…พอ หยุดอ้างแบบนั้นเลยค่ะ แล้วมาดูรีวิวลดน้ำหนักของ คุณ สรุปว่าตัวฉันบ้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ชีวิตถูกคนรอบข้างเรียกว่าอีอ้วนมาตลอด น้ำหนักพุ่งสุดก็ 76 เบา ๆ แต่ในที่สุดเธอก็ก้าวข้ามข้ออ้างต่าง ๆ มาได้ และลดน้ำหนักด้วยวิธีชิล ๆ งง ๆ แต่ผอมลงตั้ง 14 กิโลแน่ะ !

 ลดความอ้วน 14 กิโล เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ มิถุนา 59-ปัจจุบัน โดยคุณ สรุปว่าตัวฉันบ้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

อ้วน อีอ้วน หมูอ้วน…คือฉายาที่เพื่อน ๆ พี่ทั้งหลายเรียกเรา

กางเกงบ็อกเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ไว้ใส่นอนใส่ไม่ได้อึดอัดต้นขา เปลือยท่อนล่างนอนค่ะ

ในชีวิตที่เกิดมาสามสิบกว่าปีไม่เคยอึดอัดขนาดนี้มาก่อน เสื้อผ้าซื้อใหม่ตลอดเวลา (เพิ่ม size) กางเกงยีนส์ไม่ต้องพูดถึง น้ำหนักขึ้นตลอดเวลาจนพุ่งสูงสุดในชีวิตที่ 76

 แม่เจ้า..!! ทำไง ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งกินยาลดความอ้วนแล้วเพิ่งเลิกไปเพราะมันนอยด์มาก (ลืมบอกเราเป็นโรคซึมเศร้า ระยะที่ดีขึ้นประคองอารมณ์ตัวเองได้พอประมาณ) ไม่อยากกินแล้ว จะออกกำลังก็จะไหวเหรอ สามสิบนิด ๆ แล้ว ระบบเผาผลาญไม่ดีแล้วมั้ง..!?!? แต่งาน (ณ ตอนนั้นต้องเจอลูกค้าเยอะก็อยากดูดี อยากวัยรุ่นอะ)


  รูปตอน 75 เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ ลงมา 1 กิโล

รูปปัจจุบัน 62 กิโล เริ่มมีเลข 11 แต่ก็ยังมีพุงอยู่นะ

และแล้วการเริ่มต้นแบบงู ๆ ปลา ๆ มั่ว ๆ หาข้อมูลในเน็ตก็เกิดขึ้น สมัครฟิตเนสแถวบ้าน ตอนนั้นฟิตเวย์ยิมมาเปิดราคา 900 บาทเล่นได้ 24 ชม. ถูกดีลองดูหน่อยละกัน

ปลายเดือนมิถุนายนปี 59

วันแรกของการออกกำลังกาย เราวิ่งเหยาะ ๆ สลับเดินบนเครื่องได้ไม่ถึง 15 นาทีก็เบื่อ เดินไปเล่นพวกเครื่องบ้าง 3-4 เครื่อง

 1-2 เดือนแรกเป็นอยู่แบบนี้ อาจมีวิ่งได้เยอะขึ้นเป็น 20-30 นาที เริ่มยั้งปากได้ “บ้าง” ประมาณ 10-15% น้ำหนักไม่ขึ้น แต่ก็ไม่ลง แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว เรามาถูกทาง

เดือนสิงหา กันยา ตุลา ออกบ้างไม่ออกบ้าง อาทิตย์ละประมาณ 3 วัน แบบงู ๆ ปลา ๆ เท่าที่รู้ เท่าที่ได้

    รูปเดือน มิ.ย. 59 ออกมั่ว ๆ ถูก ๆ ผิด ๆ

  พ.ย. ไม่ได้ออกกำลังกายเลย ไปอยู่ปายทั้งเดือน

หลังจากนั้น เดือนธันวาตอนนั้นหนัก 73-74 ละ มีโอกาสได้ไปเทรกกิ้งครั้งแรก (ซึ่งก่อนเทรกครั้งแรกนี่ฝันอยากไป abc ที่เนปาลแล้ว ขำตัวเองที่ไม่ดูสภาพร่างกายหนักมาก) ที่ผาแดงปาย เดินขึ้นประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ เนินแรก หน้ามืด หายใจไม่ทัน จะเป็นลม อยากเดินกลับ แต่กลัวพี่ในกรุ๊ปเป็นห่วงเลยกลั้นใจเดินต่อ จะบอกว่านี่ขนาดออกกำลังกายมาบ้างแล้วนะ แต่อย่างว่า เราออกกำลังแบบเหยาะแหยะมาก

สองรูปนี้ พ.ย-ธ.ค. ขนาดน้ำหนักลดมา 2-3โล ก็ยังตันอยู่ดี

ทีนี้รู้ร่างกายตัวเองละว่าไม่ฟิต ที่ออก ๆ มายังไม่ได้ แล้วร้องอยากไปเดิน abc นี่ฝันอยู่เหรอจ๊ะ ทำไงล่ะอยากไป abc อยากเทรกกิ้ง… “ต้องลดน้ำหนักและออกกำลังแบบจริงจังแล้ว”

ทีนี้ก็หาข้อมูล อ่ะต้องเล่นโยคะฝึกการหายใจ ไปจ้า โยคะก็โยคะ

ต้นธันวาเริ่มเล่นโยคะ ช่วงนี้เริ่มว่าง ไม่มีงานทำ มีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นอาทิตย์ละ 3-4 วัน ก็ไปโยคะวันละ 1-2 คลาส และไปยิมต่อ ทีนี้พอเล่นโยคะ บางท่าทำไม่ได้ ครูบอกกล้ามเนื้อส่วนนั้นไม่แข็งแรง เราอยากทำได้ก็เริ่มเวท (แบบงู ๆ ปลา ๆ เช่นเคย) เริ่มวิ่งนานขึ้น

ณ เดือนธันวา-มีนา น้ำหนักค่อย ๆ ลงมาเรื่อย ๆ เริ่มเลือกกิน (แบบเท่าที่รู้) เราไม่กินน้ำอัดลมอยู่แล้ว เริ่มลดของทอด เริ่มลดอาหารติดมัน

เดือนมกรา น้ำหนัก 72 กิโล

ออกกำลังเยอะขึ้น วิ่งได้นานขึ้นเป็น 40 นาที เวทนิดหน่อย โยคะ

เริ่มเห็นความเปลี่ยนชัดขึ้น

 กุมภา-มีนา 72+/- เท่าเดิม

กุมภา กลับไปเทรกขึ้นผาแดงอีกครั้ง รอบนี้สบายมาก เดินชิลกว่าเดิมร้อยเท่า เท่ากับว่าที่เราวิ่ง โยคะ เวทบ้าง มันได้ผล ดีต่อหัวใจ


มีนา เริ่มแข็งแรง แม้จะค้างท่านี้ได้แค่ 2 วิก็เถอะ

เมษาก่อนไป abc 71 กิโล ทำยังไงก็ไม่ลง

หลังจากเดิน acb มา 9 วัน รูปนี้คือวันที่ลงมาจากเขา ไม่มีที่ชั่งน้ำหนัก แต่กลับมาชั่งหลังจากวันนั้น 4 วัน น้ำหนัก 67 กิโล เดินเขา 9 วันลดไป 4 กิโล มันดีต่อใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ทำยังไงก็ไม่ลง

หลังจากกลับมาถึง กทม. ด้วยความโหย ที่ไม่ได้กินอะไรแซ่บ ๆ มา 16 วัน  9 วันแรก กินข้าวมื้อละ 1 จานครึ่งสามมื้อ ทุกมื้อกินเสร็จแล้วคลานขึ้นเตียง กินนอน ๆ อยู่อย่างนี้จนน้ำหนักกลับมาที่ 70 กิโล บอกตัวเองไม่ได้การละ หาฟิตเนสด่วน !

เดือนพฤษภา และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่มีคุณภาพ ถูกทางสุด ๆ เราจ้าง PT และปรับโภชนาการอย่างจริงจัง ออกกำลังกาย ยกเวท เข้าคลาส RPM, Body Combat, Body Pump, Yoga Pilatis, Reformer vcore

นี่คือผลวัด BMI วันแรกที่สมัครฟิตเนสและ PT

รูปแรกปีที่แล้ว 74 รูปกลางมิถุนาปีนี้ 67.7 รูปขวาตุลา 64.7

คือ % ไขมันลดดีมาก กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น น้ำหนักค่อย ๆ ลดเดือนละ 1-1.5 กิโล

 เรากินมื้อหลัก 3 มื้อ ข้าวกล้อง อกไก่ ผัก ทำเองโดยใช้น้ำมันมะกอก

มื้อของว่าง 2 มื้อ เช่น ผลไม้ น้ำเต้าหู้ ไข่ขาว 3 ฟอง อัลมอนด์ และไม่กินอาหารเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น

รูปตัวอย่างอาหารที่ทำกิน แต่จริง ๆ ไม่ได้ทำทุกวัน ไม่ได้เคร่งมาก แต่พยายามจะทำเองอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ที่เหลือเลือกซื้อกิน แต่จะไม่กินอาหารประเภทผัด ๆ ทอด ๆ

ระหว่างที่ลดนั้น เราก็เพิ่มเค้กไปด้วยอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน เราไม่กินน้ำหวาน น้ำอัดลมเลย แต่ขนมนี่อดไม่ได้จริง ๆ


รูปปลายตุลา

รู้สึกแข็งแรงขึ้นมาก ไม่เหนื่อยง่าย ไปเดินป่าก็พักน้อยถึงน้อยมาก เวลาใช้รถไฟใต้ดิน เราเดินขึ้นลงบันไดตลอด โชคดีคือเป็นคนชอบเดิน ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เรากินระเบิดบางทีเลือกไม่ได้ กินแต่มัน ๆ ทอด ๆ แต่เราเดินเยอะมาก ๆ กลับมาชั่งคิดว่าน้ำหนักจะขึ้น แต่น้ำหนักลดค่ะ มันดีต่อใจ

ตูดเราในวันนั้น 76 กิโล


ตูดเราในวันนี้ 62 กิโล

ผล BMI ในวันนี้กลับมาเป็นคนปกติ น้ำหนักปกติ กล้ามเนื้อปกติ ไขมันปกติ แต่ควรลดไขมันอีก 4 กิโล

เดี๋ยวนี้เราไม่มองที่น้ำหนัก เรามอง % ไขมันอย่างเดียว ตอนนี้เหลือลดไขมันอีก 4 กิโล เราจะถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

จากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ โชคไม่ได้ช่วย ไม่ได้มียาดี ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความอดทน พยายาม และวินัย (ที่ไม่ค่อยเต็มร้อย)

เชื่อเถอะค่ะ อายุ ระบบเผาผลาญไม่เกี่ยวค่ะ อย่าไปโทษมัน ทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังลดน้ำหนัก และคิดว่าจะลดนะคะ หมูอย่างเราทำได้ คุณทุกคนก็ทำได้

ทุกวันนี้สุขภาพดีสุด ๆ ระบบขับถ่ายดี ท้องไม่อืด เนื้อไม่ย้วย ตดกลิ่นผักอ่อน 55+

 สวัสดีค่ะ

          ป.ล. เพิ่มเติมนะคะ 

การลดน้ำหนักสำคัญที่สุดอยู่ที่การกินค่ะ การกิน 80% การออกกำลังกาย 20% ถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ เราว่าเป็นการลดน้ำหนักแบบยั่งยืน

เราเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหาร เลี่ยงไขมันเลว เลือกไขมันดีค่ะ ของทอดนี่เลี่ยงค่ะ เมื่อก่อนชอบกินอาหารตามสั่งพวกผัดแบบราดข้าวมาก ร้านประจำก็ใช้น้ำมันในการผัดต่อจานนึงมหาศาลมาก พอช่วงเราทำกับข้าวเองก็คือปรับการกิน หลายเดือนผ่านไปอยากกินร้านนั้นก็สั่งมากิน สรุปแทบอ้วก มันเลี่ยนน้ำมันมาก สรุปร่างกายเรามันปรับได้เอง นี่มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาก ๆ อย่างหนึ่ง แรก ๆ มันจะยากสักหน่อย พอเวลาผ่าน เราก็ไม่ต้องพยายามแล้ว ร่างกายชินไปเอง

แต่ข้อเสียเราคือเราใจอ่อนกับเค้ก อาทิตย์นึงถ้าเคร่งมากก็ต้องมี 1-2 ชิ้น ช่วงไหนไม่เคร่งก็สามวัน

สู้ ๆ นะคะ ขยับร่างกายสิคะจะรออะไร..!!

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
คุณ สรุปว่าตัวฉันบ้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ออกกำลังกาย
Comments are closed.

Check Also

สูตรขนมปังโฮลวีทนมสด นุ่มๆ (Whole Wheat Milk Bread)

กินขนมปังโฮลวีทอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์ขนมปังโฮล … …