Home ออกกำลังกาย สาวหนักทะลุร้อย ลดความอ้วน 40 กก. ใน 1 ปี พร้อมแจกเมนูดี ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

สาวหนักทะลุร้อย ลดความอ้วน 40 กก. ใน 1 ปี พร้อมแจกเมนูดี ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

58 second read
ปิดความเห็น บน สาวหนักทะลุร้อย ลดความอ้วน 40 กก. ใน 1 ปี พร้อมแจกเมนูดี ๆ ช่วยลดน้ำหนัก
0
642

สุดยอดเลย ! วิธีลดน้ำหนักของอดีตสาวบิ๊กไซส์น้ำหนักเกินร้อย แต่ผ่านไป 1 ปี น้ำหนักหายไป 40 กิโลกรัม เธอทำได้อย่างไร ?

สาวที่มีน้ำหนักทะลุร้อยอย่าเพิ่งท้อแท้ใจไปถ้าคิดจะลดความอ้วนจริง ๆ ค่ะ ลองมาดูรีวิวลดน้ำหนักของคุณฝน (คุณสมาชิกหมายเลข 1582490 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม) ไว้เป็นแรงบันดาลใจกันหน่อย เพราะก่อนหน้านี้คุณฝนเคยเล่าประสบการณ์หั่นน้ำหนักจาก 104 กิโลกรัม จนเหลือ 72 กิโลกรัมได้สำเร็จภายใน 9 เดือนมาให้เราได้อ่านกันแล้ว

มาคราวนี้คุณฝนขออัปเดตความคืบหน้าการลดน้ำหนักของตัวเองที่ผ่านมาแล้ว 1 ปีให้ได้รู้กัน เชื่อไหมว่าจาก 104 กิโลกรัมเมื่อปีที่แล้ว มาวันนี้น้ำหนักเหลือเพียง 64 กิโลกรัมเท่านั้น !! แถมยังมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ เห็นแล้วอยากรู้เลยว่าเธอใช้วิธีออกกำลังกายแบบไหน พร้อมกันนี้คุณฝนก็ยังใจดีแจกเมนูอาหารลดน้ำหนักทำง่าย ๆ ให้สาว ๆ ไปลองทำทานเองที่บ้านด้วยนะคะ


อัปเดต การลดน้ำหนักครบ 1 ปี จาก 104 กิโลกรัม เหลือ 64 กิโลกรัม เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น >< กับ 40kg ที่หายไป โดย คุณสมาชิกหมายเลข 1582490 


สวัสดีค่ะ เนื่องจากครบรอบ 1 ปี ของการลดน้ำหนักของตัวเจ้าของกระทู้เอง (เก๊าชื่อฝนน๊าา) ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ เมื่อหลายเดือนก่อนฝนเคยตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์ไปบ้างแล้ว

ครั้งนี้ ฝนเลยอยากมาอัปเดตการลดน้ำหนักของตัวเองค่ะ บอกก่อนเลยว่า สำหรับตัวฝนหลัก ๆ ทำอยู่ 2 อย่างเท่านั้น คือควบคุมอาหารและออกกำลังกายค่ะ

เดี๋ยวฝนจะมีแนวทางการออกกำลังกายของฝนมาฝาก รวมถึงการกินของฝนแบบรวม ๆ มาฝากให้หลาย ๆ คนที่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดีน้า ได้ดูกันเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่านกันค่ะ

มาเริ่มกันเลย !!! ด้วยความที่ว่าการกินนั้นสุดแสนจะสุขใจ การออกกำลังกายนั้นไซร้เหนื่อยจุง แล้วเราจะเหนื่อยไปไย กินเท่านั้นสิถึงจะดี (ถูกม่ะ) บุฟเฟ่ต์จัดหนัก ขนมนมเนยจัดเต็ม อย่าให้ขาด บุฟเฟ่ต์นี่อาทิตย์ละ 3 ครั้งอย่างต่ำ เค้กกินถี่เลย ไม่รวมไส้กรอก เบคอนที่กินทุกวี่วัน กินเข้าไปโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพเลยจ้าาา สุดท้ายย น้ำหนักก็เบา ๆ 104-105 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ไม่เชื่อหร๊าาา ป่ะพาทัวร์รูปสมัยก่อนและรูปอาหารที่ยัดเข้าไปกันนิดนึง เพื่อให้รู้ว่า ไม่ได้โม้นะจ๊ะ ไม่ได้มาเล่น ๆ

เหตุที่สารร่างเป็นเช่นนั้น ก็เพราะพฤติกรรมการกินแบบนี้ไงล่ะ !!

พอกินแบบนั้น ก็จะโดนคนนั้นทักอ้วนขึ้นเหรอ คนนี้ทักอ้วนขึ้นเหรอ เจอหน้ากันหลังจากไม่เจอนาน มีเรื่องอื่นให้ถามตั้งแต่เยอะ อะไรคือ คำถามแรกมา เห้ยแกร๊อ้วนขึ้นป่ะว้าา !! คือแบบ อ้วนก็อ้วนที่ตัวเราเหตุใดไยจึงหนักที่คนอื่นเสมอ ๆ ก็ไม่เข้าใจ แต่ก็หาแคร์ไม่ อ้วนแล้วไง เสื้อผ้าสาวอวบเยอะแยะ ฉันยังมีเสื้อผ้าให้ใส่อีกมากมายย ของกินก็อร่อยหยุดได้ที่ไหน แล้วที่อ้วนนี่ก็ไม่เห็นเป็นอะไร สุขภาพร่างกายก็ดูปกติดีทุกอย่างนิดน่าาา (นี่คือความคิดจนถึงอายุประมาณ 25 !!)

แต่….เคยได้ยินไหมว่าคะ ว่าระบบในร่างกายทุก ๆ สิ่งจะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่ออายุ 25 ปี ส่วนตัวฝนไม่เคยเชื่อเลย คือแบบก็ดูปกติมาตลอด ถึงจะอ้วนขึ้น 104-105 โลยัง ก็ยังดูปกติดีนะ 24 ปีปกติ พอ 25 จาเปลี่ยนมันใช่หร๊าาา ไม่เชื่อหรอกไม่มีทาง ใครจะเตือนจะว่ายังไงก็ หาแคร์ไม่ I Don’t care.!!

แต่……. ผะผะผ่างงงงง ปรากฏว่าพอหลังอายุ 25 ก็เริ่มป่วย เริ่มเปื่อยบ่อยขึ้น เดี๋ยวหาย เดี๋ยวอีกแป๊ปก็เป็นอีก อะไรกันหนักหนาก็ไม่รู้ แต่ก็นะอาจจะเพราะเกิดการสะสมมาหลายปี แล้วเพิ่งจะมีพีคเอาตอนอายุ 25 พอดีรึเปล่าใครก็ไม่ทราบได้ไง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจะเรื่องป่วยบ่อยจนรู้สึกช่างเป็นแม่หญิงอวบอั๋นตัวน้อย ๆ บอบบางซะเหลือเกิน อะไรนิดก็ป่วย อะไรหน่อยก็ป่วยแล้วยังไม่รวมกับความอุ้ยอ้ายของร่างกาย เดินไปไหนไม่ไกลก็เหนื่อยละ หอบง่ายเหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนแอมากมาย รู้สึกแน่นตัวอึดอัดไปหมดเลย ใคร ๆ ก็เรียกอ้วน ๆๆ อิอ้วนน อิช้างงง ต่าง ๆ นานา (โถว่ช่างดูน่าสงสาร แม้จะโดนเรียกมาได้สัก 10 ปีแล้วก็ตาม ฮ่า)

เราก็มองย้อนกลับไป เห้ยยยเราไม่เคยผอมเลยนะ มีแต่ผ่านมาแล้วก็ขึ้น ๆตลอด ตอน ม.ต้นโดนเรียก ถังแก๊สสส (ถ้าย้อนเวลาไปได้จะจุดไฟละระเบิดใส่คนล้อแม่มเลย) ม.ปลายโดนเรียกว่าน้อยหน่า มหาลัยก็อิอ้วน แหม๊ะชื่อหนูก้มีทำไมไม่เรียกชื่อหนู !!! พอคิดไปคิดมา ก็นะ ตอนนี้แหละเริ่มรู้สึกละ…… รู้สึกละเนี่ยว่าความอ้วนนี้เริ่มหนักตัวหนักหัวตัวเองละจ้าาาาา (ในที่สุดเราก็คิดได้ อื้อหื้อ แม้จะช้าไปนิ้ดดดดก็ตาม (นิดนานมาก))

เริ่มคิดได้ ก็คิด ก็ยังได้แต่คิด …. เพลงมา ………. รู้วววแต่มันทำไม่ด๊ายยย อยากจะทำแค่ไหน ทำอย่างไร ฉันก็ทำ ทำอย่างนั้น ทำไม่ไหววว หยุดกินไม่ได้จีจี (โปรดหาเพลง รู้ ของพี่บี พีระพัฒน์ มาฟังประกอบ …………..) อย่างมากที่ทำก็ได้ตอนนั้นคือ แค่อดอาหารอาหารเย็น แต่มื้ออื่นก็ยังแด๊กเยอะอยู่ดี !! ก็ช่วยให้น้ำหนักลง ลงได้ 2-3โล ก็เลิกทำละ ก็กินใหม่ พอกินใหม่ก็เด้งมาเท่าเดิมอยู่ดี (เรื่องออกกำลังกาย ไม่ได้อยู่ในหัวใด ๆ ทั้งสิ้นเลยจ้าาา อยู่นอกสายตาของฉันโคตรไกล ไกลมากก)

แต่หลังจากน้านนน ร่างกายก็แย่ขีดสุด ไอเรื้อรังได้ 7 เดือน กินยาก็ไม่หาย ดีขึ้นก็เป็นใหม่ เหนื่อยง่ายมาก ก็เห้ยยย อายุ 25 เองนะเห้ยย นี่เรายังอยากมีชีวิตอยู่อีกนาน ๆ ป่ะวะเนี่ย ยังอยากออกแรดเที่ยวที่นั่นที่นี่ ไปญี่ปุ่นบ่อย ๆ อยู่ไหม หรือจะตายก่อนได้เที่ยวครบทุกที่ที่ต้องการ ?เกิดเป็นคำถามต่อตัวเองอย่างจริงจังสักที ก็เริ่มคิดได้ว่าเราควรจะต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังเพราะสุขภาพเริ่มไม่ดี ป่วยบ่อยมาก แถมคุณแม่ก็ดันมาป่วยอีก ทั้งเบาหวาน ความดัน อัลไซเมอร์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โอ๊วโห๊วววววววววววววววว ดูแลตัวเองยังลำบากเลยจ้าา จะให้ดูแลแม่ด้วยมันก็แบบไม่ไหว ต้องช่วยอุ้มแม่ แล้วแบบแค่ยกสารร่างตัวเองขึ้นแต่ละทียังเหนื่อยเนี่ยนะ !!! คิดได้ดังนั้นเลยเริ่มอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากลองมีหุ่นแบบคนทั่วไปบ้าง อยากลองสัมผัสความรู้สึกนั้นดูบ้าง เพื่อตัวเอง เพื่อไม่เป็นภาระให้ครอบครัวเพิ่มอีก นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจของฝนค่ะ

พอคิดได้แล้ว เราก็ต้องเริ่มลงมือทำ มาเริ่มกันเลย โดยฝนได้เริ่มหาข้อมูลรวมถึงปรึกษาคนที่ออกกำลังกาย หาข้อมูลอย่างจริงจัง และตัดสินใจที่จะลดน้ำหนักโดยวิธีที่คนทั่วไปทำกัน นั่นคือควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย เริ่มแรกฝนตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำให้ครบ 3 เดือนให้ได้ ต้องทำให้ได้ในการคุมอาหารและออกกำลังกายตลอด 3 เดือน โดยไม่มีการ Cheat meal หรือ Cheat day เลย เนื่องจากฝนรู้นิสัยตัวเองว่า ถ้ามีการเผลอกิน ฝนจะไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เลยจำเป็นต้องสร้างนิสัยการกินใหม่ก่อน จึงยังไม่ควรมีการ Cheat ใด ๆ เพื่อตัวเองค่ะ >< และออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งสำคัญสุด ถือเป็น 70-80 เปอร์เซ็นต์ในการลดน้ำหนัก ส่วนออกกำลังกายคือ 20-30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือในการลดน้ำหนัก

 โดยเริ่มแรกฝนทานอาหาร วันละ 4 มื้อ เฉลี่ยวันละ 1,200 แคล วันพักไม่เกิน 1,500 แคล (อันนี้สำหรับตัวฝนเองนะ คนอื่นสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเองได้ค่ะ) หลัก ๆ เลยคือ ลดหวาน เลี่ยงเค็ม งดทอดค่ะ

– มื้อเช้า ทานก่อน 9 โมง เน้นเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เป็นหลัก ผักด้วยก็ดี เพราะ 1 มื้อเราครวรทานให้ครบ 5 หมู่

– มื้อเที่ยง ทาน 12.00-13.00 น. มื้อนี่ควรกินให้ครบ 5 หมู่เลยนะน้าาาา

– มื้อบ่าย ทานเวลา 15.00-16.00 น. เป็นการทานรองท้อง ก่อนมื้อเย็น เพื่อไม่ให้มื้อเย็นหิวโหยยมากนัก

– มื้อเย็น ก่อนเวลา 19.00 น. เน้นเป็นผักกับโปรตีน (จริง ๆ แล้วทานตอนไหนก็ได้ แต่ต้องเว้นห่างจากเวลานอน 2-3 ชม. นะคะ)

**แต่ถ้าใครออกกำลังกายช่วงค่ำ มื้อเย็นควรทานคาร์โบไฮเดรตด้วยนะคะ เพราะการออกกำลังประเภทคาร์ดิโอ จำเป็นต้องใช้แป้งมาช่วย

เรามาลงรายละเอียดกันนิดนึงงง ว่าเราควรเลือกทานอะไรแบบไหนบ้าง

คาร์โบไฮเดรต คืออาหารจำพวกแป้ง ที่เราควรรับประทานควรเป็นแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น

โปรตีน ควรทานเป็นเนื้อขาว มากกว่าเนื้อแดง เช่น อกไก่ ปลา ไข่ขาว (อันนี้ทานได้ไม่อั้น) เป็นต้น แต่จริง ๆ ทานได้ทุกอย่างค่ะ แต่แค่เลือกตรงที่ไม่มีมันเนอะ

ผัก และผลไม้ ควรเลือกทานให้มากขึ้น กินเยอะ ๆ ได้เลยผัก แต่ผลไม้ควรเลือกทานแต่พอดีแล้วก็เลือกที่น้ำตาลน้อย ๆ นะคะ เช่น ฝรั่ง เป็นต้น

ไขมัน ควรกินไม่ควรงดไปเลย แต่ให้เลือกเป็นไขมันดีค่ะ เช่นจาก ถั่ว อัลมอนด์ อะโวคาโด โอเมก้า 3 จากปลาแซลมอนไรพวกนี้เนอะ

จากเมื่อก่อนฝนไม่กินผักเลย ผักข้างจานก็ไม่แตะ พอมาลดน้ำหนักฝนต้องเริ่มทานผักให้มากขึ้น พยายามทานโดยใช้น้ำสลัดงาช่วยในช่วงแรก แต่พอทานไปเรื่อย ๆ มันก็โอเคนะคะ ตอนนี้สามารถทานผักโดยไม่ต้องมีน้ำสลัดก็ได้ ><

รวมถึงพวกบรรดาเครื่องปรุงด้วยค่ะ ฝนเลือกซื้อแบบ โลว์โซเดียม ลดเค็ม น้ำตาลก็ซื้อเป็นพวกหญ้าหวานมาทานแทน น้ำมันก็เลือกน้ำมันดี ๆ นิดนึง เน้นใช้น้ำมันสเปรย์ หรือใช้น้ำแทน บางคนอยากทานไส้กรอก มันจะมีไส้กรอกแบบลดไขมัน 4 เท่า แคลต่ำ สามารถหาได้จากห้างทั่วไปเลยค่ะ ลองไปเลือกดู

อ่อ อยากทำความเข้าในเรื่องโซเดียมกันนิดนะจ๊ะ โซเดียม วันนึงเราไม่ควรได้รับเกิน 2,400 mg โซเดียมไม่ได้ทำให้อ้วนค่ะ แค่ทำให้บวมน้ำ ถ้าวันนี้เราทานโซเดียมเยอะร่างกายก็จะต้องการน้ำ ทำให้เราทานน้ำเยอะขึ้น พออีกวันเราไปชั่งน้ำหนัก ปรากฏมันขึ้นเยอะมาก อันนั้นเป็นน้ำหนักน้ำค่ะ

นอกจากนี้แล้วทานโซเดียมเยอะ ก็จะทำให้ตัวบวม หน้าบวมด้วยน้าา

พอหลังจากทำได้ครบเป้าหมายแล้ว คือออกกำลังกายและควบคุมอาหารได้ 3 เดือน ฝนก็ตั้งเป้าหมายใหม่ โดยตั้งใจจะทำให้ได้ 6 เดือน โดยควบคุมอาหาร จันทร์-เสาร์ แล้ววันอาทิตย์มี Cheat meal 1 มื้อ และยังคงออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือ ฝนเริ่มทานเป็น 5 มื้อต่อวัน โดยเพิ่มมื้อหลังออกกำลังกายค่ะ เนื่องจากบางทีพอออกกำลังกายเสร็จก็จะหิวมาก เลยต้องทานรองท้องนิดนึง เช่น น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล นมจืด

**บางคนทานแบบไม่ใส่น้ำตาลไม่ได้ ฝนแนะนำให้หาน้ำตาลหญ้าหวานมาใส่นะคะจะดีกว่าน้ำตาลทั่วไป

พอครบ 6 เดือนแล้ววว รู้สึกทะลุเป้าหมายมาก ไม่คิดเลยว่าเราจะสามารถอดทนควมคุมอาหารและออกกำลังกายได้นานขนาดนี้ เนื่องจากเป็นคนที่ไม่เคยชอบเลยกับการออกกำลังกายค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกสนุกและถ้าไม่ได้ทำก็เบื่อนะ หลังจากครบ  6 เดือนแล้ว ฝนก็เปลี่ยนจาก Cheat meal มาเป็น Cheat day 1 วัน และอีก 6 วันก็ยังควบคุมอาหารตามปกติค่ะ รวมถึงก็ยังออกกำลัง 5 วันต่อสัปดาห์เหมือนเดิมเลย เป้าต่อมาก็คือ ทำให้ครบ 1 ปี เพื่อตัวเอง เพราะคิดว่าเห้ยยแกร๊ เราทำร้ายตัวเองมา 25 ปีแล้วนะ ทำเพื่อตัวเองสัก 1 ปีไม่ได้เหรอ ก็เลยทำมาเรื่อย ๆ เลยค่ะ และในที่สุด !!! ก็ครบ 1 ปีแล้ว เอ๊าาาฉลองสิ ฉลอง รออะไรล้าาาา มาดูรูปกันดีกว่าค่ะ ว่าตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง ฝนลงวันที่กำกับรูปไว้ด้วยน้า

ใครจะคิดว่า วันนึงตัวจะกลับมาพอ ๆ กับเพื่อนได้ รู้สึกแบบ ฮู้วววว ดีจัง

นอกจากนี้ ฝนยังมีเมนูอาหารมาแนะนำสำหรับคนที่ทำอาหารไม่เป็น หรือไม่เก่งค่ะ ง่าย ๆ

1. แพนเค้กไข่ขาว

แพนเค้กไข่ขาว กล้วย ราดด้วยกราโนล่าและน้ำผึ้ง

ส่วนผสม 1. ไข่ขาว 100 กรัม 2. กล้วยบด ครึ่งลูก-1ลูก 3. แป้งกลูเต็นฟรี (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) ผสมให้เข้ากัน นำไปทอด เสร็จแล้วราดด้วยน้ำผึ้ง โรยกราโนล่าค่ะ

2. วุ้นเส้นผัดไข่ใส่หมูอบค่า >.<

3. พิซซ่าญี่ปุ่นคลีน ๆ ฝนใช้ไข่ 1 ฟอง+ไข่ขาว 50 กรัม บรรดาเห็ดต่าง ๆ ปรุงรสด้วยซอส 1 ช้อนค่ะ


4. โรลข้าวไรซ์เบอร์รี ไส้ทูน่ามายองเนส (โลว์แฟต) และไข่ต้มคลุกด้วยกันค่ะ อร่อยน้าพูดเลย

5. น่าจะรู้จักกันหมดเนอะ แซนวิชทูน่าและไข่ค่า ทูน่าฝนใช้เป็นทูน่าในน้ำแร่ค่ะ

6. เส้นบุกสาหร่าย (ฝนซื้อที่ท็อปค่ะ) ผัดกับอกไก่

7. สุกี้เส้นบุกสาหร่ายอกไก่และไข่ค่ะ

เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้แน่นอนค่า ลองเลือกไปทำดูนะคะ ><


มามะ ๆๆ มาถึงหัวข้อสุดท้ายกัน สำหรับใครอยากออกกำลังกาย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงบ้าง

การออกกำลังกาย จะแบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ ค่ะ คือ คาร์ดิโอ เป็นการเบิร์นไขมัน บริหารหัวใจทำให้หัวใจแข็งแรงเพิ่มความถึกของร่างกาย ควรออกอยู่ที่ 45-60 นาทีค่ะ  ยกตัวอย่างเช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ เต้น ปั่นจักรยานค่ะ ฝนจะปรับระดับการวิ่ง หรือความเข้มข้นแต่ละวันไม่ให้ซ้ำกันค่ะ เพื่อป้องกันร่างกายชินกับการออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำ ๆ

และเวทเทรนนิ่ง เป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มอัตราการเผาผลาญค่ะ

 เราควรทำทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กัน ถ้าทำแต่คาร์ดิโอ เราจะเป็นมนุษย์คาร์ดิโอถึงผอมแต่เนื้อก็ย้วยและไม่เฟิร์มค่ะ แต่ถ้าเวทอย่างเดียวเราแข็งแรงกล้ามมี แต่ก็มองไม่เห็นเนื่องจากไขมันบังอยู๊ววว

ถ้าเราไม่ควบคุมอาหารแต่ออกกำลังกายอย่างเดียว และหนักหน่วง เราจะเป็นนุ้งหมูที่แข็งแรงค่ะ ><

 โดยฝนออกกำลังกาย วันจันทร์-พุธ พักวันพฤหัสบดี และออก ศูกร์-เสาร์ และพักวันอาทิตย์ค่ะ โดยแต่ละวันจะออกคาร์ดิโอ 45-60 นาที และเวทเทรนนิ่ง 45-60 นาที แล้วแต่วันว่าจะเล่นส่วนไหนคะ แต่บางวันฝนก็จะเข้าคลาส Body Pump เป็นการเล่นทุกส่วนเลยค่ะ ประมาณ 60 นาที

หวังว่าจะเป็นแนวทางในการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารให้ใครได้บ้างน้าา สัก 1 คนก็ยังดีค่ะ

ขออีกเรื่อง คือ เรื่องของเหงื่อ !!! บางคนเข้าใจว่า ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำให้ผอมไว เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เหงื่อคือน้ำ เป็นการทำงานของร่างกายในการปรับอุณหภูมิ บางทีเราออกกำลังกาย อุณหภูมิภายในร่างกายสูงมาก ร่างกายจึงขับเหงื่อออกมาเพื่อให้อุณหภูมิลดลงนั่นเอง ถ้าเราไปชั่งน้ำหนักตอนนั้นมันอาจจะลง แต่พอเราทานน้ำเข้าไป น้ำหนักมันก็กลับมาเหมือนเดิมค่ะ ><

ชาแนลการออกกำลังกายที่ฝนติดตามอยู่ค่ะ ลองดูน้าเผื่อถูกจริต ><

– The Fitness Marshall

– Michelle Vo Fitness

channel โหมดนี้ จะเป็นแนวเต้น ๆ สนุกสนานค่ะ คาร์ดิโอ รีดไขมันและแคลกันหน่อยเร้วววว ส่วนตัวฝนชอบ The Fitness Marshallมาก >< ลองดูนะคะ

– jessicasmithtv

– FitnessBlender

มีทั้งคาร์ดิโอ และ เวทแบบต่าง ๆ ค่ะ

เพิ่มเติมนิด หลายคนที่ไม่ได้อ้วน แต่แบบลงพุง มีปัญหากับพุง ตัวผอมแต่ท้องเหมือนตั้งท้องอ่อน ๆ อย่าคิดมากกันนะคะ บางคนบ่นเหมือนท้อง 2-3 เดือนเลยอ่ะ (ฝนเหมือนท้อง 6 เดือนยังไม่คุยเลยโด่ววว 5555)  มาค่ะ มาแนะนำท่าบริหารท้องให้โดยเฉพาะเลย เป็นท่าพื้นฐานค่ะ มามะ เริ่ม !!!

1. Crunch 20*3set

2. Lying Leg Raise 15*3set

3. Bicycle Crunch 20*3set

4. Plank 30s – 60s *3set ได้ทั้งสองแบบเลยค่ะ

รีวิวลดน้ำหนัก
ลองนำไปปรับใช้ แล้วก็เลือกที่เราชอบ และเหมาะกับเราดูนะคะ เพราะการออกกำลังกายที่ยั่งยืน คือเราจะต้องรู้สึกดีไปกับมัน  มันไม่ใช่การบังคับค่ะ แรก ๆ อาจจะร่อแร่สักหน่อยน้า อดทนสัก 3 เดือนค่ะถ้าทำได้ถึง 3 เดือน ทุกอย่างจะดีมาก เพราะถ้าเป็นการบังคับมันจะทำไม่ได้นาน (สำหรับฝนตอนแรก ๆ ก็เหนื่อย ท้อแท้ ไม่ชอบเลย แต่สุดท้ายก็สนุก แล้วก็ชอบการออกกำลังกายค่ะ ถ้าไม่ได้ออกก็รู้สึกขาดอะไรไปเหมือนกัน)

นี่คือรูปล่าสุดของฝนค่ะ

สุดท้ายนี้ ต้องเข้าใจอย่างนึงคือ กว่าเราจะอ้วนได้ มันใช้เวลามาตั้งนานหลายปี จะให้ผอมภายใน 1 สัปดาห์ 1 เดือน มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ เราต้องค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ การลดน้ำหนักต้องใช้ความอดทนและความมีวินัย ซึ่งทำให้ฝนเรียนรู้ที่จะทำเพื่อตัวเอง มีวินัยเพื่อสุขภาพตัวเองค่ะ ถ้าเราท้อก็พักได้นะ แค่อย่ากลับไปทำตัวเหมือนเดิมก็พอ ไม่งั้นที่พยายามมามันจะไม่มีความหมาย คิดแล้วลงมือทำเลยค่ะ เพราะถ้าไม่ลงมือทำ มันก็จะเป็นแค่ความคิดอยู่อย่างนั้นนะ

เอาล่ะ อ่านจบ หาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง แล้วเริ่มทำเพื่อตัวเองกันเลยค่ะ สู้วววววววววว แต่พอเราทำได้ เราทำสำเร็จ บอกเลย ว่าเป็นความภูมิใจที่สุดยอดมาก ๆ ค่ะ ใครจะคิดว่า เสื้อผ้าจากอก 50 ขั้นต่ำตัวละ 500 บาท ตอนนี้จะสามารถกลับมาใส่เสื้อผ้าตามตลาดนัด ตัวละ 150 200 บาทได้แล้ว

มันเป็นอะไรที่ฟินเฟร่อเลยค่ะ รู้สึกแบบเห้ยยย เดรสตัวละ 200 อะแกร๊ ว้ายตายแล่ววว ดิ้นกระแด่ว ๆ เหม่อมองฟ้าาา แล้วก็คิดว่า…..มันดีมากอย่างแท้ทรูค่ะ ส่วนตอนนี้เป้าหมายของฝนคือ ทำให้ต่อเนื่องให้ครบ 2 ปีค่ะ สู้ไปด้วยกันนะคะ

**ใครมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถาม สามารถถามหลังไมค์มาได้นะคะ ฝนจะตอบเท่าที่ฝนมีความรู้ค่ะ**

**ปล. ถ้าเรื่องไหนฝนพิมพ์ผิดพลาด ใครมีข้อมูลที่ดีกว่าถูกต้องกว่า แนะนำได้เลยนะคะ ฝนจะแก้ให้ทันทีค่ะ ^.^ ขอบคุณมากค่ะ

คำเตือน !!! โปรดระวัง ถ้าลดน้ำหนักแล้ว จะเจอกระดูก !! คือแบบ ทั้งชีวิต ฝนไม่เคยเจอกระดูกของตัวเองเลยค่ะ ทั้งซี่โครง ไหปลาร้า พอมีแล้วแบบ เห้ยปกติคนเค้ารู้สึกแบบนี้เหรอ เอ๊ะอันนี้ขึ้น ฉันเป็นโรครึเปล่า คนทั่วไปเค้ามีอันนี้เหรอ ช่างเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไม่เคยสัมผัสเลยค่ะ ฮ่าาาา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
คุณสมาชิกหมายเลข 1582490 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ออกกำลังกาย
Comments are closed.

Check Also

กล้วยต้ม (คลีน) กินให้เป็นยา

ดีจนต้องบอกต่อกล้วยต้ม เป็นของว่างที่หลายๆคนชอบทานมาก อ … …